เพลงที่ได้ยิน ได้ฟัง สมัยเด็กๆ

                                ช่วงที่เศรษฐกิจแย่ปี 40 หรือเหตุการณ์ต้มยำกุ้ง ผมและครอบครัวก็ต้องย้ายจาก กทม ไปอยู่ จังหวัด เชียงใหม่ ที่นั้น Papa Mama ยังหาจุด และ อาชีพใหม่ ยังไม่ได้ ก่อนปี 40 นั้น Papaผมท่านมีกิจการรถยนต์ ในนาม บริษัท นวคุณธร มอเตอร์เซลส์ จำกัด ปี 40 ทำให้ที่บ้านลำบากมาก พอดี เพื่อน papa ได้ชวนไปขายอาหารทะเล ที่บาร์เบียร์ หน้าเชียงใหม่แลนด์ ที่นั้น มีการเล่นดนตรีสดกัน มีเพลงนึงที่ได้ยินแทบทุกวันในสมั้ยนั้น ฟังแล้วชอบมาก แต่ก็ไม่เคยรู้ชื่อเพลงเลย จนได้ไปอ่านบล็อก ของคุณจี้ (Ramida.Com) เห็นชื่อเพลงเพราะดีเลยไปเปิดใน Youtube กลับกลายเป็นเพลงที่เคยได้ ได้ฟัง มา เพลงนั้นคือ Can’t Take My Eyes Off You ของคุณ Andy Williams

มาฟังกันเลยดีกว่า

เนื้อเพลงนะครับ
You’re just too good to be true.
Can’t take my eyes off you.
You’d be like Heaven to touch.
I wanna hold you so much.
At long last love has arrived
And I thank God I’m alive.
You’re just too good to be true.
Can’t take my eyes off you.
Pardon the way that I stare.
There’s nothing else to compare.
The sight of you leaves me weak.
There are no words left to speak,
But if you feel like I feel,
Please let me know that it’s real.
You’re just too good to be true.
Can’t take my eyes off you.

I love you, baby,
And if it’s quite alright,
I need you, baby,
To warm a lonely night.
I love you, baby.
Trust in me when I say:
Oh, pretty baby,
Don’t bring me down, I pray.
Oh, pretty baby, now that I found you, stay
And let me love you, baby.
Let me love you.

You’re just too good to be true.
Can’t take my eyes off you.
You’d be like Heaven to touch.
I wanna hold you so much.
At long last love has arrived
And I thank God I’m alive.
You’re just too good to be true.
Can’t take my eyes off you.

I love you, baby,
And if it’s quite alright,
I need you, baby,
To warm a lonely night.
I love you, baby.
Trust in me when I say:
Oh, pretty baby,
Don’t bring me down, I pray.
Oh, pretty baby, now that I found you, stay..

ชีวิต และ ความฝัน

                              ก่อนอื่นต้องขอโทษทุกท่านที่ติดตาม Thanisorn.Com นะครับไม่ได้เข้ามาอัพบล็อกเลยจากสาเหตุที่กลับมาอินเดียและไม่มีอารมณ์ และ กะจิตกะใจจะทำอะไร นอกจากนั่งเฉยๆ และข้ออ้างอีกอย่างคือไม่สบายอย่างหนัก ด้วยหวัดลงคอวันนี้อาการเริ่มดีขึ้น

                              ชีวิตคนเรา ก็ เกิด เรียน ทำงาน และ ก็ตาย แต่บางคนก็ยังทำงานๆๆ ตื่นมาก็ทำงานๆๆๆ และวันนึงก็ตาย เรายังไม่มีสิ่งไดมายืนยันได้ว่าชาติหน้ามีจริงมั้ย และ ถึงมีจริง เราแน่ใจได้เหรอว่าเราจะเกิดมาเป็นคนอีก ทำไมในเมื่อเกิดมาแล้วไม่ใช้ชีวิตตามความฝันหละ?? ประโยคนี้แหละที่เป็นเรื่องที่เอามาเขียนบล็อกวันนี้

                             ชีวิตผมอยากมีบ้านที่ๆภายในบ้านเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องนอนที่สามารถมองดูดาวได้ทั้งคืน ห้องครัวที่สามารถมองไปเห็นสิ่งที่พระเจ้าได้สร้างไว้ ได้มองเห็นแปลงผักที่เราทะนุถนอมปลูกมันขึ้นมา มีห้องให้ลูกสองคน ห้องทำงาน และก็ห้องให้Papa Mama  พอออกมานอกบ้านเจอหมาที่เราเลี้ยง เจอ ลา เจอ ม้า และสัตวที่เราเลี้ยงไว้ ผมรู้ว่าวันนึง ผมนั้นไม่มีวันจะอยู่ในกรุงเทพ เนื่องด้วย อากาศไม่ดี มลพิษ รถติด และ ถ้าในกทม ความฝันที่จะมีที่ ปลูกบ้าน ปลูกต้นไม้ และ เลี้ยงสัตว์ คงเป็นความฝันที่ยากจะเป็นจริง เพราะที่ใน กทมสมัยนี้ราคาแพงมาก ก็เลยว่าจะไปหาที่ๆอื่นที่มีข้อแม้ว่า

  • สามารถเดินทางเข้ากรุงเทพ ได้ภายใน 1 วัน และ การเดินทางสะดวก มีสนามบิน
  • ต้องมีอินเตอร์เน็นความเร็วสูง เพราะงานหลักๆของเรานั้นอยู่ในนี้เป็นหลัก
  • ต้องเป็นเมืองท่องเที่ยว เพราะผมคิดว่าจะปลูกบ้านเป็นรีสอร์ตเล็กๆ ไม่กี่ห้องให้คนมาอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

                         และที่ๆคิดว่าเป็นไปได้ที่สุด ก็คงอยากให้เป็นที่ อ.ปาย เพราะหลังจากที่เราไปเที่ยวมา ตอนไปเรารู้สึกว่าเราอยู่เมืองนี้แล้วเราสงบมาก ถ้าได้ไปอยู่เมืองนี้ความฝันที่อยากมีบ้าน เลี้ยงสัตว์คงไม่ยากเกินไป อยากนั่งเล่นเปียใน ให้ลูกๆกับแฟนฟังหลังทานข้าวเย็น ได้นอนดูดาว ได้ฟังเสียงจักจั่น เรารู้ตัวเลยว่าเราไม่สามารถทำงานที่ต้องอยู่ในออฟฟิตนานๆได้แน่นอน เลยอยากทำอาชีพที่ เก็บผลประโยชน์กินไปเรื่อยๆ พอมีพอกินไป วันไหนอยากทำก็ทำ วันไหนไม่อยากทำก็ทำ

                         โดยส่วนตัวเป็นพวก ความสุขนิยม คือ อยากให้ทุกวันที่ตัวเองตื่นมาแล้วมีความสุขไม่มีปัญหาอะไร อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากเที่ยวไหนก็ไปเลย ไปถ่ายรูป ไปในๆที่ๆไม่เคยไป ผมรู้เลยว่าอีกหน่อยเราไม่มีวันรวย แต่เรามีควาสุข เพราะพอวันนึงที่เราอายุเยอะแล้ว จะได้ไม่เสียดายว่าเราใช้ชีวิตคุ้มแล้วหรือยัง ตอนนี่มีความฝันต้องทำอีกเยอะ ก็จะคอยทำไปเรื่อยๆจนวันนึงมีเงิน ก็จะหาที่ลงหลักปักฐาน แล้วก็จะได้ใช้ชิวตอย่างสงบๆซักที

                          พอแก่ตัวจะได้เข้าวัดสวดมนต์ถือศีลตั้งใจว่าจะเริ่มทำตอนอายุ 55 เพราะคิดว่า55นั้นเป็นช่วงที่เราควรเกษียณได้แล้วจะได้พักผ่อน แต่หนทางถึงวันนั้นยังอีกยาวไกล ตอนนี้ก็ต้องสู้ๆกันไปก่อน

ในที่สุดปิดเทอมก็จบลง

                                                     ในที่สุดปิดเทอมก็จบลง นั้นหมายถึง การที่ผมต้องกลับมาประเทศอินเดียแห่งนี้อีก กลับมาคราวนี้รู้สึกว่าตัวเองจะเป็น Home Sick เพราะคิดถึงบ้านมากๆ คิดถึงPapa Mama คิดถึงอาหารไทย คิดถึงความเป็นไทย ผมยังต้องอยู่ประเทศนี้อีกตั้ง ปีครึ่งแนะดูเหมือนสั้นๆแต่เวลาที่นี่ผ่านไปช้าเหลือเกิน

                                            ปีใหม่ทีไรก็อดคิดไม่ได้ว่าปีนี้จะตั้งใจทำอะไรบ้าง แต่ที่ตั้งใจหลักๆไว้ก็คงจะเป็นทำบล็อกนี้ให้ออกมาเป็นตัวเรามากที่สุด และ ก็หาเงินได้ด้วยตัวเอง อีกตั้ง 141 วัน ผมถึงจะได้กลับไทย และคุณหละ ตั้งใจทำอะไรบ้างในปีนี้กัน

ความรัก

ผมเรียนโรงเรียนคริสมาตั้งแต่เด็กทำให้พวกทัศนคติ ความคิด ก็อ้างอิงในไบเบิลอยู่เป็นอันมาก ทั้งที่เราเป็นคนพุทธ แต่ผมเชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้เราเป็นคนดี ผมเลยไม่เคยรักเกียจเดียดฉัน ที่จะเรียนรู้ วัฒนธรรม และ ทัศนคติในศาสนาอื่นจนบางที เราก็คล้อยตามมันไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ตอนเด็กๆมีโอกาสได้เข้าโบสถ์ ได้ร้องเพลง ได้ฟังศาสนาจารย์มาสอน มาให้ข้อคิด จนได้อ่านบทนึงในหนังสือเพลง จนทุกวันนี้มันเป็นทัศนคติ และ ความหมายคำว่ารักของผมไปแล้ว

ความรักนั้นก็อดทนนาน  และกระทำคุณให้

ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว  ไม่หยิ่งผยอง  ไม่หยาบคาย  ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว
 
ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด  ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติชอบ
 
ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น  และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ
 
มีความหวังอยู่เสมอ  และทนต่อทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสูญสิ้น
 
ดังนั้นคนเราควรจะมีสามสิ่งอยู่ในตัว  ความเชื่อ ความหวัง และความรัก

คนเรามีทัศนคติและความหมายคำว่ารักไม่เหมือนกัน บางคนมีคนรักแล้วแต่ยังไม่รู้เลยความรักนั้นคืออะไร เวลาผมมีความรักผมเชื่อในทัศนคตินี้มากๆ ตอนนี่รู้สึกโตขึ้นกว่าเมื่อก่อน บางทีการได้อยู่ได้ใช้ชีวิตคนเดียวในต่างปรเทศ บางทีก็ต้องหาวิธี เอาตัวรอดเองเพราะไม่มีใครคอยมาสอนคอยมาบอก บางทีสิ่งที่ทำไปมันก็ผิดพลาด แต่เราก็ต้องสู้กันต่อไป ตอนนี้อยากเรียนจบเร็วๆ อยากทำงาน อยากแต่งงาน อยากมีลูกน่ารักๆ อยากกลับมาอยู่เมืองไทยเร็วๆด้วย

เที่ยวปาย ตอน3 หลังจากที่หายมากนาน

                   ก่อนอื่นเลยต้องขอโทษทุกคนก่อนนะครับ ที่ห่างหายในการอัพบล็อกมานานเป็นอาทิตย์เพราะยุ่งๆอยู่กับการเตรียมของกลับประเทศอินเดียในวันพรุ่งนี้เย็น แอบบวกกับความขี้เกียจนิดนึงเลยไม่ได้มาอัพบล็อกยาวเลย วันนี้จะพาไปเที่ยวหมู่บ้านสันติชล ที่ ปายกัน เป็นหมู่บ้านของชาวจีนยูนนาน ใครไปที่หมู่บ้านนี้ก็อย่าลืมไปแมะ(เป็นศาสตร์การแพทย์จีนอย่างหนึ่งที่ใช้การจับชีพจร)หมอคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณวิกรม กรมดิษฐ์ เพราะหน้าตาแกสองคนเหมือนกันมาก แล้วคุณวิกรมยังเคยมาถ่ายรูปกับแกเลย ถ้าอยากรู้เรื่องต้องไปถามแกเอา เรื่องมันยาวอะครับ แกยังสามารถรักษาโรคด้วยลมปราณ ที่หมู่บ้านนี้มีสิ่งให้เราเล่น และ ชอปปิ้งหลายอย่าง รวมถึงร้านอาหารจีน ยูนนานที่อร่อย ผมแนะนำใครไปปลายไม่ควรพลาด

DSC00783

ป้ายทางเข้าหมู่บ้านสันติชล เดินทางจากปายด้วยรถยนต์ประมาณ 10นาที

อ่านต่อ »

Quotes Of The Day
เงินทองหล่นอยู่ตามท้องถนน
ใครชอบเรื่องที่ผมเขียนแล้วอยากช่วยผมในเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบล็อกแห่งนี้ก็สามารถกดปุ่มข้างล่างนี้ได้เลยนะครับ แล้วแต่จิตศรัทธานะครับ
Hosting ดีๆที่แนะนำ
Hosting ดีๆที่ผมแนะนำ เหมาะสำหรับการทำSEO อันนี้รับรองใครกำลังจะคิดหาเงินทางเน็ตขอแนะนำ Hostgator
Where am I?
Contact ME
Click IT
Sponser