คนรวยกับคนจน ต่างกันที่ตรงไหน
คนรวยกับคนจนต่างกันที่ตรงไหน ในความคิดของผม หนึ่งเลยคือครอบครัว ถ้าผู้ที่เป็น พ่อแม่ มีฐานะยากจนมาก่อน 70%เลยลูกก็จะยากจน ส่วน พ่อแม่ ที่มีฐานะร่ำรวย โตมา 70% เช่นเดียวกันที่ลูกก็จะมีฐานะดีตามพ่อแม่ เพราะอะไรหนะหรอ วิธีคิดไงหละ คนจนเห็นพ่อแม่ตัวเองเป็นหนี้สหกรณ์ไม่กี่หมื่นบาทพ่อแม่ใช้หนี้ทั้งชีวิตก็จะไม่หมดอยู่และ แต่คนรวยเงินไม่กี่หมื่นบาทเอาไปช็อปปิ้งแปปเดียวก็หมด และอีกอย่างก็คือรสนิยมคนที่มีฐานะค่อนข้างแย่ก็จะกินง่ายอยู่ง่ายแค่นี้พอแล้วหละอะไรประมาณนี้แต่คนที่เป็นลูกคนรวยพอทำงานได้เงินเท่ากันแต่ทำไมเราไม่พอกินก็ต้องไปขวนขวายหาเงินมาเพิ่ม คนรวยส่วนมากมักมีความคิดที่หาได้เนี่ยยังไม่พอหรอกก็ต้องหาไปเรื่อยๆๆจนวันนึงที่รายรับมันมากกว่ารายได้ คนๆนั้นก็จะรวยไปโดยปริยาย
ทุกคนเกิดมาเริ่มจากศูนย์เหมือนกันจะต่างกันแค่ที่ฐานะ คนรวยไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่ง คนเก่งไม่จำเป็นต้องรวย ไม่ใช้เรียนนอกแล้วถึงรวยได้ คนจบป.4ก็รวยได้ เรามาเปลี่ยนวิธีคิดกันเถอะ เผื่อจะได้รวยบ้าง555
October Sonata รักที่รอคอย
ความรู้สึกกับการดูหนังเรื่องนี้
เคยมั้ยที่ดูหนังแล้วไม่รู้ว่าหนังเรื่องนั้นเป็นยังไง มันเกี่ยวกับอะไร นี้เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดอาการเช่นนั้นกับผม ตอนแรกที่ไม่ไปดูในโรงหนังเพราะรู้สึกว่าต้องเป็นหนังแนวหม่นๆๆแน่เลย แต่พอมาอยู่ที่อินเดียก็เลยได้มีโอาสดูซึ้งก็เป็นหนังแนวหม่นอย่างนั้นจริงๆๆ แต่เนื้อเรื่องโดยรวมก็สนุกดีๆแต่มันเล่ายาวไปนิดทำให้ตอนกลางเรื่องดูน่าเบื่อไป กับ ตอนสุดท้ายที่พระเอกตาย ทำไมมันไม่จบแบบ Happy Endding หละ
เนื่อเรื่องย่อ(ระวังทำให้เสียอรรถรสในการชม)
เริ่มเรื่องมา แสงจันทร์(ก้อย รัชวิน) อยู่ในงานศพของมิตรชัยบัญชา เธอเสียมากกับการจากไปของนักแสดงชื่อดัง พอดีตอนนั้นรวี(พระเอกหน้าใหม่55)ขับรถผ่านมาก็ชนแสงจันทร์แต่เธอไม่เป็นไร รวีก็ถามว่า คุณจะไปไหนหละ แสงจันทร์ก็บอกว่าจะไปชลบุรี ซึ่งเป็นทางเดียวกันเพราะรวีจะเอาของไปให้เพื่อนที่นั่นอยู่พอดี ทั้งสองก็เลยไปด้วยกัน แต่พอไปถึงเหมือนเพื่อนของรวีไม่อยู่บ้าน รวีกับแสงจันทร์ก็เลยไปพักกันที่ โรงแรม ในวันที่ 8 ตุลาคม คืนนั้นรวีก็เล่าเรื่องในหนังสือของสงครามชีวิตของศรีบูรพา ซึ้งนางเอกในหนังสือเล่มนั้นชื่อเพลิน รวีได้บอกกับแสงจันทร์ว่า พรุ่งนี้เขาต้องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ พอแสงจันทร์ฟังเรื่องนั้นเสร็จก็อยากเป็นเหมือนเพลินบ้าง แต่ รวีบอกว่าอ่านให้จบก่อนค่อยบอกว่ายังอยากเป็นอยุ่รึป่าว แสงจันทร์ก็บอกว่ารวีจะไปเมืองนอกแล้วเธอจะบอกยังไง ซึ่งก็คือ ให้มาเจอกัน วันที่ 8 ตุลาคม อีก2ปี หลังจากนั้นก้อยก็กลับมา กทม แล้วได้ขอที่ทำงานไปเรียนหนังสือเพราะเธออ่านหนังสือไม่ออกเลย ก็ได้ไปเจอกับ พี่ลิ้ม(บอก พิศณุ) ชาวจีนอพยพ ที่มาเรียนหนังสือเหมือนกัน ลิ้มเอกก็แอบหลงรักแสงจันทร์อยู่ (เรื่องจะเป็นยังไงไปดูต่อกันเองนะครับ)
เรียนยังไงที่ทำให้เรียนจบในอินเดีย
ตั้งแต่มาเรียนอินเดียได้2ปีก็สรุปออกมาได้ว่าควรเรียนยังไงถึงจะเรียนจบตามหลักสูตรและพร้อมเพื่อนในอินเดีย
- คนไทยที่มาเรียนที่นี่50%ต้องกลับไปเพราะคุณมีคะแนนเข้าห้องเรียนไม่พอซึ่งหมายความคุณจะไม่มีสิทธิสอบ งั้น เรามาเข้าเรียนทุกวันดีกว่า รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างคิดซะว่าไปเอาคะแนนเข้าห้องเรียนละกัน
- ที่คนไทยไม่เข้าเรียนก็เพราะความรู้ที่ออกสอบก็มาจากหนังสือสู้เอาเวลามานั่งอ่านหนังสือเรียนไม่ดีกว่าหรอถ้าไม่อยากเป็นแบบข้อข้างบนก็ทำต่อไปซะ จำไว้แบบเวลามาอ่านหนังสือเรียนเยอะๆๆข้อสอบมันก็ซ้ำไปซ้ำมาทุกปีนั้นแหละ
- คุณจำเป็นต้องมีเพื่อนแขกในSectionของคุณเองเพื่อคุณจะได้รู้ว่าวันไหนคุณมีเรียนบ้างและคุณไม่เข้าตรงไหนก็ถามเค้าได้ขอเบอร์โทรศัพท์เค้ามาซะ
หลักๆก็มีอยู่แค่เนี่ยทำตามนี้คุณมีสิทธิสอบแน่นอน ฟันธง
Ubuntu กับ ปัญหาการลง 2 Windows
ช่วงผ่านมาหลายวันไม่ได้อัพบล็อกเลยก็เพราะlaptopเจ้งเพราะผมไปลง2windowsคือUbuntuกับVistaการลงไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกแต่การลบเนี่ยเป็นปัญหาเยอะโดยส่วนตัวแล้วไม่รู้วิธีลบเลยๆดันไปลบPatitionที่ลงUbuntuไว้แต่โปรแกรมBootเจ้ากรรมมันดันไม่ลบไปด้วยทำให้รันเข้าทั้งUbuntuและWindowsไม่ได้ หาวิธีทำในเน็ตที่เป็นภาษาไทยก็หาไม่เจอมีแต่วิธีการลงไม่มีวิธีลบ โดยส่วนตัวFormatไปเลยHarddiskทั้งลูกสำหรับข้อมูลที่สำคัญก็Backupไว้โดยใช้ Ubutu Live usb บูตเข้าไปใน UbuntuและCopy ข้อมูลออกมา
สำหรับคนที่เผลอไปลบPatitionอย่างผมแล้วต้องFormat Harddiskเพื่อลงใหม่นั้นให้
- Boot ผ่าน Ubuntu USB Live เข้าไปในUbuntu ก่อนตอนนี้ใครมีข้อมูลสำคัญให้Copyออกมาซะก่อน
- จากนั้นเข้าไปที่Install Ubuntu พอไปถึงหน้าFormat Harddiskให้ Format ให้เรียบร้อย
- Restartแล้วใส่แผ่นWindowsลงไปซะ
- Install windows ได้ตามปรกติ
ปล.สำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้Ubuntuจริงๆแนะนำให้ลงผ่านVirtual PC หรือ Virtual Box เพื่อป้องกันไฟล์ระบบในWindowsมีปัญหา
ความยุ่งยากกับการทำRP(Residential Permit)ที่บังคาลอร์ อินเดีย
สองวันนี้วุ่นอยู่กับทำใบRP พูดเป็นภาษาไทยก็คือใบคนต่างด้าวที่ระบุว่าเราอยุ่ที่ไหนในอินเดียมีอายุ1ปีซึ้งหมายความว่าเราต้องไปต่ออายุทุกๆ1ปี ไม่ว่าคุณจะมาเรียน หรือ มาทำงาน ต้องทำใบนี้ก่อน และอย่าลืมว่าเข้าประเทศมาแล้วต้องมาทำภายใน14วันไม่งั้นคุณจะถูกปรับบาน
ขั้นตอนการทำก็คือ
- วันแรกให้ไปเอาแบบฟอร์ม และก็จดหมายยืนยันที่อยู่(ใบนี้ต้องไปให้ตำรวจในท้องที่ๆเราอยู่เซ็น)และเค้าจะบอกว่าให้เตรียมอะไรไปบ้างหลักๆๆก็จะมี(แบบฟอร์มที่ไปเอา,ใบจากสถานีตำรวจ,ใบRPใบเดิม,รูป2ใบ,Bonafileที่ออกโดยคอเลจที่เราเรียน,Egibility(ใบนี้ออกโดยBangalore Universityไปขอได้ที่คอเลจเช่นกัน),เอกสารแสดงที่อยู่ๆที่อินเดียเช่นHouse Agreement(ใครอยู่หอก็ไม่เปงไร),บางคนเค้าขอดูบิลค่าไฟด้วยนะเอาไปเผื่อด้วยก็ดี),สำเนาpassport+visa,บิลค่าเทอม)
- วันที่สองไปตั้งแต่8.30ก่อน9.00โมงได้ยิ่งดีไปรับบัตรคิวจำไว้คุณต้องเป็นหนึ่งใน150ให้ได้ไม่งั้นคุณต้องมาใหม่วันถัดไปพอได้คิวเสร็จให้ยืนแถวที่รับคิวนั้นแหละเพราะเค้าจะพูดเบามากอย่าไปไกลๆแล้วเลยๆพอเค้าเรียกเสร็จก็ให้ไปยืนต่อแถวพอเข้าไปเค้าจะตรวจเอกสารเราอีกรอบนึงหลักจากนั้นเอาเอกสารไปให้คนๆนึงนั่งอยู่ในห้องข้างเซ็น
- ไปยืนรอตามเคาร์เตอร์ตามหมายเลยของเรา(มันจะเขียนไว้ในนั้นว่าเราได้เคาเตอร์หมายเลยอะไร)
- ยื่นเอกสารที่ๆคนที่เคาเตอร์นั่นแล้วเค้าจะตรวจเอกสารแปปนึงแล้วเค้าจะให้กระดาษครึ่งA4มาแล้วเค้าก็จะบอกว่าให้มารับวันไหน(โดยปรกติแล้วให้มารับหลังจากนั้น1วันเวลาที่รับก็คือ(16.00-17.30))
- พอมารับก็เอาใบนั้นไปยื่นเค้าก็จะให้เอกสารคุณมาเค้าก็ให้คุณเซ็นเป็นอันเสร็จ
ขึ้นตอนการทำดูแล้วไม่ยุ่งยากแต่คุณจะเซงกับระบบแขกที่ต้องกลับมาแล้วไปสถานีตำรวจๆบางทีเค้าจะนัดเวลาคุณแล้วเค้าจะมาดูว่าเราอยู่ที่นั่นจริงรึป่าวบางที่ก็จะเซนให้คุณเลย และระบบทำอันนี้เป็นอันใหม่ซึ่งการทำยัดใต้โต๊ะก็ยากมากขึ้น
ขอให้ทุกคนมาเรียนที่อินเดียโชคดีกันนะครับ
ปล.ได้ข่าวมาว่าสำหรับคนที่มาเที่ยวถ้าอยู่นานเกิน15วันก็ต้องทำเช่นเดียวกัน





